
ณ แคว้นโกศล มีพระราชาพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า 'อัคคิรัช' พระองค์ทรงมีพระราชอำนาจมหาศาล แต่ทว่ากลับทรงเป็นผู้ที่หลงผิด เสด็จไปคบหากับพวกปุโรหิตผู้มีเล่ห์เหลี่ยม และทรงเชื่อในคำพยากรณ์ที่ไร้สาระ
วันหนึ่ง พวกปุโรหิตได้ทูลพระราชาว่า “พะยะค่ะ หากพระองค์จะทรงครองราชย์โดยสวัสดิภาพ และแคว้นจะเจริญรุ่งเรืองตลอดไป พระองค์จะต้องสังเวยเลือดบริสุทธิ์ของมนุษย์ผู้หนึ่ง”
พระราชาอัคคิรัชทรงหลงเชื่อคำพยากรณ์นั้น จึงมีรับสั่งให้เหล่าทหารออกตามล่าผู้คน เพื่อนำมาสังเวย
เหล่าทหารออกเดินทางไปทั่วแคว้น และได้จับกุมผู้คนมากมายมาขังไว้ในคุก
ในขณะนั้นเอง พระโพธิสัตว์ ซึ่งในชาตินั้นเกิดเป็นนักปราชญ์ผู้ทรงภูมิปัญญา ได้เดินทางมาถึงเมืองหลวง
เมื่อพระโพธิสัตว์ทราบข่าวเรื่องการสังเวยเลือดบริสุทธิ์ ก็เกิดความสังเวชใจเป็นยิ่งนัก
“นี่เป็นเรื่องที่ผิดมหันต์” พระโพธิสัตว์กล่าว “การสังเวยเลือด ย่อมไม่นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง”
พระโพธิสัตว์จึงเข้าไปเข้าเฝ้าพระราชา
“พะยะค่ะ” พระโพธิสัตว์กล่าว “หม่อมฉันทราบว่า พระองค์กำลังจะทรงสังเวยเลือดบริสุทธิ์ เหตุใดจึงทรงหลงเชื่อคำพยากรณ์ที่ไร้สาระเช่นนั้น?”
พระราชาอัคคิรัชทรงกริ้ว “เจ้าเป็นใคร? กล้าดียังไงมากล่าวตู่คำพยากรณ์ของพวกปุโรหิต!”
“หม่อมฉันคือผู้ที่ศึกษาพระเวทมานาน” พระโพธิสัตว์กล่าว “หม่อมฉันทราบดีว่า การสังเวยเลือด ย่อมไม่นำมาซึ่งความดีงาม แต่จะนำมาซึ่งบาปกรรม”
“แล้วสิ่งใดเล่าที่จะทำให้แคว้นของข้าเจริญรุ่งเรือง?” พระราชาถาม
“การปกครองด้วยทศพิธราชธรรม” พระโพธิสัตว์ตอบ “การมีน้ำพระทัยเมตตาต่อราษฎร การบำเพ็ญทาน และการรักษาศีล”
พระราชาอัคคิรัชทรงฟังคำของพระโพธิสัตว์ด้วยความสงสัย
“เจ้าจะพิสูจน์ได้อย่างไร?” พระราชาถาม
“หากพระองค์ทรงปล่อยตัวนักโทษทั้งหมด และให้หม่อมฉันได้บำเพ็ญทานตามสมควร หากแคว้นของพระองค์เจริญรุ่งเรืองขึ้นจริง หม่อมฉันก็จะพิสูจน์ได้” พระโพธิสัตว์กล่าว
พระราชาอัคคิรัชทรงตัดสินใจที่จะลองทำตามคำแนะนำของพระโพธิสัตว์
พระองค์จึงมีรับสั่งให้ปล่อยตัวนักโทษทั้งหมด และให้พระโพธิสัตว์ได้บำเพ็ญทานตามสมควร
เมื่อนักโทษได้รับการปล่อยตัว ก็พากันกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติสุข
หลังจากนั้นไม่นาน แคว้นโกศลก็เริ่มมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างเห็นได้ชัด ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์ ผู้คนมีความสุข
พระราชาอัคคิรัชทรงทราบในทันทีว่า คำสอนของพระโพธิสัตว์นั้นถูกต้อง
“ข้าได้หลงผิดไป” พระราชาตรัส “ข้าขอขอบคุณท่านนักปราชญ์ ที่ได้ช่วยชี้ทางสว่างให้แก่ข้า”
นับแต่นั้นมา พระราชาอัคคิรัชก็ทรงปกครองแคว้นด้วยทศพิธราชธรรม และทรงบำเพ็ญทานอย่างสม่ำเสมอ ทำให้แคว้นของพระองค์เจริญรุ่งเรืองและสงบร่มเย็นตลอดไป
พระโพธิสัตว์ได้สอนบทเรียนอันล้ำค่าว่า การเชื่อในสิ่งผิดๆ และการใช้ชีวิตที่ขาดคุณธรรม ย่อมนำมาซึ่งความหายนะ แต่การยึดมั่นในธรรมะ และการปกครองด้วยความเมตตา ย่อมนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความสุข.
— In-Article Ad —
การเชื่อในสิ่งผิดๆ และการใช้ชีวิตที่ขาดคุณธรรม นำมาซึ่งความหายนะ. การยึดมั่นในธรรมะ และการปกครองด้วยความเมตตา นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความสุข.
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี, ทานบารมี
— Ad Space (728x90) —
544มหานิบาตสุณหชาดก (เรื่องที่ 544) เนื้อเรื่องฉบับเต็ม ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์...
6เอกนิบาตในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของ...
💡 ความดีงามที่แท้จริงนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชาติกำเนิด หรือตำแหน่งหน้าที่ แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำ และจิตใจของเรา การร่วมมือกันด้วยความเข้าใจ และความปรองดอง สามารถแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน และนำมาซึ่งความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรือง.
143เอกนิบาตสุมังคลชาดกณ กรุงสาวัตถีอันรุ่งเรือง พระราชาทรงพระนามว่า พระเจ้าปิงคละ ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชา...
💡 ความจริงย่อมชนะความเท็จ ผู้ที่คิดร้ายต่อผู้อื่น ย่อมได้รับผลกรรมนั้น.
76เอกนิบาตคันธกชาดก ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถี อันเป็นนครอันรุ่งเรือง ท่ามกลางหมู่มหาชนที่เบียดเสียดกันไปมา ...
💡 ความซื่อสัตย์และความจริงใจ เป็นคุณธรรมที่นำพาความสำเร็จ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้อื่น
78เอกนิบาตสิงคลชาดก ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ มีนครหลวงชื่อว่าราชคฤห์ เป็นที่ประทับของพระเจ้าพิมพิสาร กษัตริย์...
💡 การมีจิตใจที่ใฝ่รู้ และพร้อมที่จะรับฟังคำสั่งสอนอันดีงาม ย่อมนำพาชีวิตไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง
75เอกนิบาตสุภวาหุชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมัยที่พระโพธิสัตว์ยังทรงเป็นพระโพธิสัตว์ชาติหนึ่ง ได้เสวยพระช...
💡 การทำความดี ย่อมส่งผลดีกลับคืนมาเสมอ แม้ในยามที่เราตกยาก ผู้อื่นก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเรา การช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่เพียงการแสดงความเมตตา แต่เป็นการสร้างบุญบารมี ที่จะส่งผลดีแก่ตัวเราในภายภาคหน้า
— Multiplex Ad —